สวัสดีครับ วันนี้ว่างมาเขียนบล็อก เล่าเรื่องราวการขายของออนไลน์ให้เพื่อนๆได้ฟังกัน ต้องบอกก่อนว่า ผมเริ่มทำงานสายออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2008 แต่ครับ ยังไม่จบ ทำได้ไม่นานกลับไปไม่รอด! เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

จากเด็กบ้านนอก ผมมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ไม่ใช่ตัวเมืองนะครับ แต่จะติดกับพิจิตร ก็คือเป็นจุดเชื่อมระหว่าง เพชรบูรณ์ที่ค่อนมาทางพิจิตรครับ ก่อนที่จะเข้ามาในกรุงเทพเพื่อมาหาเงินและทำอาชีพออนไลน์เต็มตัว ผมก็ได้ช่วยที่บ้านในการดูแลร้านถ่ายรูปครับ ประจวบเหมาะกับจบมาไม่นาน ดันมาเจอความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หลายคนคงจะจำได้ครับว่า KODAK ที่ขายฟิล์มและกล้องอะครับ เติบโตมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี จนมา 2-3 ปี ที่ผมได้เรียนจบ(ผมจบป.ตรี บริหารการจัดการ) และได้มาสานต่อร้านพอดี .. KODAK ที่ว่าดีมานาน ธุรกิจถ่ายภาพ ต้องหยุดลง เรียกว่า ล่มสลาย เลยก็ว่าได้

ไหนจะเฟสบุ๊คที่กำลังคืบคลาน ตอนนั้นยังใช้ MSN กันอยู่เลย เหอๆๆๆ และก็มือถือ เครื่องปริ้นต่างๆ ก็เริ่มราคาถูกลง สรุปง่ายๆเลยคือ ใครเค้าจะมาถ่ายรูปกันละครับ ก็ทำภาพเองกันได้แล้ว มือถือก็เก็บรูปได้เป็น 100 เป็น 1,000 รูป ใครจะอยู่รอดได้ T T ลูกค้าน้อยลงทุกวัน แม่ที่เป็นคนบริหารเงินก็เอาไม่อยู่ จนต้องเป็นหนี้หลักล้าน!

ใจจริงผมก็ไม่ค่อยอยากทำร้านธุรกิจส่วนตัวแบบนี้อยู่แล้ว ระหว่างที่เปิดร้านไปนั้น ผมก็เริ่มหาโอกาสทางออนไลน์ เริ่มฝึกทำเว็บเอง ทำตลาด หาเงิน ขายของ หลักๆตอนแรกจะเน้นตลาดต่างประเทศเป็นหลัก หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ผมหาเงินจาก Adsense ครับ และตอนนั้น ก็ยังหาได้ หลักหมื่นบาทต่อเดือน ฝันไปไกลเลยว่า กูรอดแล้ว กูหาตังค์เองได้แล้วโว้ย ตรงส่วนนี้จะประกอบกับที่ผมเล่ามาตอนแรกครับว่า “ทำได้ไม่นาน” ผมเริ่มทำจำได้ดี ช่วงเดือนตุลาปี 2008 [ไม่ใช่ เหตุการณ์ 14 ตุลา แต่อย่างใด] หลังจากนั้นพอได้เงินจังหวะที่คิดว่า “กูรอดแล้ว กูหาตังค์เองได้แล้วโว้ย กูจะรวย” ก็เริ่มเข้ากรุงเทพมาละ

เริ่มมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตั้งแต่ ปี 2009 เริ่มจับงานตัวแทนขายออนไลน์ให้กับ Amazon ด้วย ก็คือจะเป็นตัวแทนเพื่อขายสินค้าให้กับทาง Amazon.com กินค่าคอมมิชชั่นเป็นเงินดอลล่าห์ เรียกว่า Affiliate ครับ สมัยนั้นมีแค่คนกลุ่มเล็กๆ ที่ลงไปเล่น และจะคอยโกยเงินเข้าประเทศ ยุคที่มีคนกระตุ้นความฝันด้วยยอดขาย และเอามาโชว์กันผ่านบล็อกผ่านเว็บไซต์ของตน เป็นอะไรที่สนุกมาก(เมื่อย้อนกลับไปคิดถึง) ต่างคนก็เต็มไปด้วยความฝัน ผมเป็นคนนึงครับ ที่ตั้งเป้าหลักแสนบาทต่อเดือน

ทุกอย่างไม่ง่าย และจบลงไวมาก เพียงไม่กี่ปี ทุกอย่างที่ผมทำก็เปลี่ยนไป วิธีที่เคยใช้ได้ผลดีกลับไม่ได้ผลอีกต่อไป เข้าสู่ยุคของโซเชียลมีเดีย งานประจำก็เริ่มงอกตำแหน่งออกตามมา เช่น Webmaster / SEO / Social Media และอีกเยอะแยะแป๊ะยิ้ม

ในช่วงมรสุมชีวิตเข้ามา ผมก็พยายามจะลงทุนก้อนสุดท้าย แต่กำลังใจก็กลับหมดลง หลักๆก็ตัวเองนี่แหละ รวมถึงทางบ้านก็แนะนำหนทางว่า ไปทำงานประจำเถอะลูก ยิ่งไปกันใหญ่ เรียกว่า หลอน กลัว ไม่กล้าจับ ไม่กล้าเดินต่อ โลกที่เราฝันว่าจะรวยจะโกยเงินผ่านอินเตอร์เน็ตได้ “หายไปแล้ว” หลังจากนั้น หางานสิครัช รออะไร งานแรกที่ได้ก็เป็นถึง แต๊นแตน Webmaster ก็ต้องทำครับ ไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอกมานาน ก็ยึดอาชีพ Webmaster ดูแลเว็บ กว่า 2-3 ปี จากนั้นไม่นาน คนคิดไวอย่างผมเห็นช่องทางว่า คนที่ทำงานประจำ เค้าไม่ได้รู้บางอย่างเท่าเราเลยแหะ(ไม่รู้คิดเข้าข้างตัวเองเปล่านะ ^^) เพราะเราได้ทั้งโค้ดเบื้องต้นและการตลาดออนไลน์ รวมถึง SEO ด้วย ภายใน 3 ปี ก็ขึ้นมาเป็น Manager เลยครับ จากการที่มีคนมอบโอกาสนี้ให้…ผมก็คว้าเอาไว้อย่างน้อยก็ต่อด้วยตำแหน่ง Manager ยาวละทีนี้

โลกเปลี่ยนแปลงไวครับ คนเริ่มหันมาทำออนไลน์กันมากขึ้นละ อย่างที่คุยๆมา ผมต้องบอกก่อนครับว่า ผมไม่คิดทำงานประจำตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว ความฝันที่ได้จากการอ่านหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ได้หลอมให้ผมคิดแบบผู้ประกอบการ กล้าลุย กล้าเสี่ยง ความเชื่อต่างๆก็ไม่ใช่ ผมก็เข้าๆออกๆงานประจำเป็นว่าเล่นสิครับงานนี้ แหมะทั้งๆที่ได้โอกาส แต่กลับไม่ถือไว้ เลือกเสี่ยง จึงทำให้ชีวิตในวัย 30 เป็นต้นมา ก็ลุ่มๆดอนๆมาตลอด ด้วยความเชื่อว่าจะมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา ใครอ่านมาถึงตรงนี้ แสดงว่าค่อนข้างรู้จักผมบ้างละนะ อิอิ

เป็น Content Manager ไปต่อด้วย SEO Manager ที่ Lazada แล้วก็เป็น Manager การตลาด รวมถึงที่สุดท้ายก็เป็น Digital Marketing Manager เข้าๆออกๆอย่าหวังประสบการณ์การทำงานประจำที่ดี แต่ดูเหมือนดี 5555 ก็ตัดสินใจ “พอดีกว่า” รวมไปถึงปัญหาการใช้ชีวิตก็เยอะขึ้น อยากจะแต่งงานก็ไม่สำเร็จ หลายอย่างประดังประเดอีกครั้ง

วันนี้ผมได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดียว ใครไม่ไปกะกู กูก็จะเดินสายนนี้นี่แหละว่ะ ไม่ไปกูก็ไปเอง ว่างั้น กลับมาเริ่มใช้เทคนิคที่มีมากว่า 10 ปี แม่งเอ๊ย..ถ้าทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ตอนนั้นและไม่กลัวล้มเหลว ก็ไปไกลละ แต่วันนี้ก็ไม่สายใช่ไหมครับ และวันนี้ผมได้เริ่มแล้วในยุคนี้นี้แหละ เปิดใจเรียนรู้ จากที่เคยบอกว่าเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้าไปทำงานประจำหายหมด การเมืองชิบหายวายป่วง โอเค..ว่ากันมาถึงสุดท้ายละ ได้เข้าใจในตัวตนกันบ้างแล้ว ผมกลับมาทำงานออนไลน์ ขายของออนไลน์ และ Intenet Marketing อีกครั้ง ทำไปบ้างแล้ว และตอนนี้ที่พูดอยู่ก็ทำกำไรได้อยู่ ผมนำคำนึงมาใช้จากนักลงทุนระดับโลกท่านนึงที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ชื่อว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ข้อเดียวขอปู่แกเลย คือ อย่าขาดทุน !!!

จุดเริ่มต้นคือต้องคิดว่าเรากำลังทำธุรกิจก่อน จากนั้นก็ อย่าขาดทุน ครับ แล้วคนรวยเค้าคิดยังไง ก็คือพวกเค้าโฟกัสในการลงทุนครับ ลงทุนเริ่มแรกต้อง อย่าขาดทุน และต้องทำงบตัวเลขออกมาเพื่อให้มองเห็นตัวธุรกิจของเราด้วยครับ เบื้องต้นอยากจะฝากไว้ครับ โคตรสำคัญมากสำหรับคนที่จะขายสินค้า ขายของออนไลน์ หรือทำธุรกิจของตัวเอง

เดี๋ยววันหลังจะมาแชร์ทริคการตลาดออนไลน์ประสบการณ์ที่มีสะสมรวม 10 ปี วิธีคิด แนวคิดที่เผชิญอยู่ ให้ฟังครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านกันจนจบ ราตรีสวัสดิ์พี่น้องชาวไทย!

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *